ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ความปลอดภัย· ~12 นาที· อัปเดตล่าสุด

WAF และ Shield

ป้องกันการโจมตีเว็บและ DDoS

รปภ.หน้าประตู vs กำแพงกันม็อบ

WAF เหมือน รปภ.หน้าประตูที่ตรวจคนเข้า-ออกตามกฎ (กันคนที่พกของต้องห้าม เช่น เอาคำสั่งแปลกๆ มาพิมพ์ใส่ช่องค้นหา) ส่วน Shield เหมือนกำแพงหนาที่ไว้กันคนแห่กันมาถล่มประตูพร้อมกันเป็นหมื่นๆ คน (DDoS)

คู่หูบริการที่มักใช้ปกป้องแอปพลิเคชันจากผู้ไม่หวังดี:

  • AWS WAF (Web Application Firewall - ไฟร์วอลล์สำหรับเว็บ) — กรองทราฟฟิกระดับแอปพลิเคชัน (Layer 7) ตามกฎที่เราตั้ง เช่น บล็อกการฝังคำสั่งฐานข้อมูล (SQL injection), กันสคริปต์อันตราย (XSS), หรือจำกัดการรัวคำขอ (Rate limit) จาก IP เดียว
  • AWS Shield Standard — ป้องกันการโจมตีถล่มเซิร์ฟเวอร์ด้วยทราฟฟิกมหาศาล (DDoS) เบื้องต้น เปิดให้อัตโนมัติและฟรี สำหรับทุกบัญชี
  • AWS Shield Advanced — ป้องกัน DDoS ระดับสูง มีทีมผู้เชี่ยวชาญ AWS (DRT) คอยช่วย และการันตีชดเชยค่าใช้จ่ายหากโดนยิงจนบิลพุ่ง (บริการนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

สรุป Key Takeaways

  • WAF กรองภัยระดับเว็บ (Layer 7): SQLi, XSS, rate limiting
  • Shield กัน DDoS — Standard ฟรีอัตโนมัติ, Advanced เสียเงินแต่ครอบคลุมกว่า
  • มักใช้ร่วมกับ CloudFront และ ALB

คำถามที่พบบ่อย

WAF กับ Shield ต่างกันยังไง

คนละภัย: WAF = กรองคำขอ Layer 7 ตามกฎ (SQL injection, XSS, block IP/geo, rate limit) ติดกับ CloudFront/ALB/API Gateway ส่วน Shield = ป้องกัน DDoS โดยเฉพาะ (Standard ฟรีอัตโนมัติทุกคน, Advanced เสียเงินได้ทีม response + ประกันค่าใช้จ่ายช่วงโดนตี) — โจทย์ SQL injection ตอบ WAF, DDoS ตอบ Shield

Rate limiting กันบอทยิงถล่มทำที่ไหน

WAF rate-based rule — ตั้งเพดาน request ต่อ IP ต่อช่วงเวลา เกินแล้ว block อัตโนมัติ เหมาะกับกันทั้ง brute force login และ scraping — เป็นคีย์เวิร์ดที่แยก WAF ออกจาก Shield ในข้อสอบ

ลองทำ Quiz ท้ายบท

คำถามแนวข้อสอบของโมดูลนี้ 5 ข้อ · เฉลยทันที

อ่านจบแล้วอย่าลืมทำเครื่องหมาย