ข้ามไปเนื้อหาหลัก
จัดการ & มอนิเตอร์· ~12 นาที· อัปเดตล่าสุด

On-premise เทียบกับ Cloud

ข้อดี-ข้อเสียของการมีเซิร์ฟเวอร์เอง เทียบกับการใช้ cloud

รถส่วนตัว vs รถเช่า

On-premise = มีรถยนต์เป็นของตัวเอง (จ่ายเต็มก้อน ดูแลเอง จอดไว้เฉย ๆ ก็เสียค่าเสื่อม). Cloud = เรียก taxi/เช่ารถเป็นชั่วโมง (จ่ายเท่าที่นั่ง ไม่ต้องซ่อมเอง)

On-premise (ออนพรีมิส - การตั้งเซิร์ฟเวอร์เองที่บริษัท) คือการที่องค์กรซื้อเซิร์ฟเวอร์มาตั้งและดูแลเองในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของตัวเอง ส่วน Cloud คือเช่าเซิร์ฟเวอร์จากผู้ให้บริการอย่าง AWS ผ่านอินเทอร์เน็ต

เทียบกันแบบเห็นภาพ

  • ต้นทุนเริ่มต้น — on-prem จ่ายก้อนใหญ่ซื้อเครื่อง / cloud เริ่มได้แทบไม่มีต้นทุน
  • เวลาในการเริ่ม — on-prem รอสั่งของ/ติดตั้งเป็นสัปดาห์ / cloud เปิดใช้ในไม่กี่นาที
  • การขยายขนาด — on-prem ต้องซื้อเครื่องเพิ่ม / cloud กดเพิ่มได้ทันที
  • การดูแล — on-prem ทีมเราดูแลฮาร์ดแวร์ทั้งหมด / cloud AWS ดูแลฮาร์ดแวร์ให้
  • การควบคุม — on-prem ควบคุมได้ละเอียดสุด (เหมาะงานที่กฎหมายบังคับ) / cloud ยืดหยุ่นและเร็วกว่า

สรุป Key Takeaways

  • On-prem = ซื้อ/ดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง ควบคุมได้ละเอียดแต่ช้าและลงทุนสูง
  • Cloud = เช่าใช้ เริ่มเร็ว ขยายง่าย จ่ายตามใช้
  • Hybrid = ผสมทั้งสองฝั่ง เหมาะกับข้อจำกัดด้านข้อมูล/กฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

CapEx กับ OpEx ต่างกันยังไง ทำไมข้อสอบชอบถาม

CapEx = ลงทุนก้อนใหญ่ล่วงหน้า (ซื้อ server, สร้าง data center) เสี่ยงซื้อเกินหรือขาด ส่วน OpEx = ค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงรายเดือน — การย้ายขึ้น cloud คือการเปลี่ยน CapEx เป็น OpEx ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดตายตัวของข้อสอบ

Hybrid cloud คืออะไร ใช้เมื่อไหร่

การใช้ on-premises ร่วมกับ cloud — เหตุผลที่พบบ่อย: ข้อบังคับให้เก็บข้อมูลบางส่วนในองค์กร, ระบบเก่าย้ายยาก, หรือกำลังทยอย migrate บริการ AWS ที่เป็นสะพานเชื่อม: Direct Connect/VPN (เครือข่าย), Storage Gateway (ไฟล์), Outposts (เอา AWS ไปวางในตึกเรา)

ลองทำ Quiz ท้ายบท

คำถามแนวข้อสอบของโมดูลนี้ 5 ข้อ · เฉลยทันที

อ่านจบแล้วอย่าลืมทำเครื่องหมาย