ข้ามไปเนื้อหาหลัก
เชื่อมต่อแอป· ~14 นาที· อัปเดตล่าสุด

API Gateway

ประตูหน้าบ้านของ API จัดการ auth, throttling, cache

เปรียบเทียบ: API Gateway เหมือนพนักงานต้อนรับ รปภ. และผู้จัดการคิวหน้าออฟฟิศ

คอยตรวจบัตรพนักงาน (Auth), จำกัดคนเข้าไม่ให้แน่นเกินไป (Throttling), นำทางไปห้องที่ถูกต้อง (Routing), และตอบคำถามเดิมๆ โดยไม่ต้องรบกวนคนข้างใน (Caching)

พื้นฐานที่ควรรู้: หากเราสร้างแอปพลิเคชันหรือเซิร์ฟเวอร์ไว้หลังบ้าน การจะให้มือถือหรือผู้ใช้ภายนอกเข้ามาใช้งานจำเป็นต้องมี "ประตู" ที่ปลอดภัย สามารถจัดการกับปริมาณคนเข้าและตรวจสอบสิทธิ์ได้

Amazon API Gateway เป็นด่านหน้า (Front door) ในการสร้าง เผยแพร่ บำรุงรักษา และตรวจสอบ API (REST, HTTP, WebSocket) โดยช่วยจัดการ Authentication (การยืนยันตัวตน), Rate Limiting / Throttling (การจำกัดความถี่การใช้งาน), Caching (จดจำข้อมูลที่ใช้บ่อย), และ Versioning (แยกเวอร์ชันของ API) มักนำมาจับคู่กับ Lambda เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Serverless

สรุป Key Takeaways

  • API Gateway = ด่านหน้า API: auth, throttling, caching
  • จับคู่ Lambda เป็นสถาปัตยกรรม serverless API

คำถามที่พบบ่อย

API Gateway ให้อะไรมากกว่าการเปิด ALB ชี้ Lambda

ฟีเจอร์ระดับ API: throttling/rate limit ต่อผู้ใช้, API key, auth (Cognito/IAM/Lambda authorizer), caching, การทำเวอร์ชัน/stage — ALB เหมาะแค่ HTTP routing ธรรมดา โจทย์ที่พูดถึง quota ผู้ใช้, API key, หรือ REST API เต็มรูปแบบ = API Gateway

REST API กับ HTTP API ใน API Gateway เลือกอะไร

HTTP API = รุ่นใหม่ ถูกกว่า ~70% เร็วกว่า ฟีเจอร์พอสำหรับงานส่วนใหญ่ (JWT auth, CORS) ส่วน REST API = ฟีเจอร์ครบกว่า (API key + usage plan, request validation, WAF, caching) — ข้อสอบ: ต้องการ usage plan/API key = REST API, ต้องการถูกและเร็ว = HTTP API

กัน backend ล่มเพราะ traffic ทะลัก ใช้ API Gateway ช่วยยังไง

ตั้ง throttling (burst/rate limit) กันคลื่น request, เปิด caching ให้คำตอบซ้ำไม่ต้องถึง backend และต่อคิว SQS คั่นก่อนถึงระบบจริงสำหรับงานเขียน — สามท่านี้คือชุดคำตอบโจทย์ "protect backend from spike"

ลองทำ Quiz ท้ายบท

คำถามแนวข้อสอบของโมดูลนี้ 5 ข้อ · เฉลยทันที

อ่านจบแล้วอย่าลืมทำเครื่องหมาย